น้ำตกเขาบรรจบเป็นน้ำตกที่เกิดจากสายน้ำตกและสายคลอง
3 สาย คือ น้ำตกตาเส่ง คลองกลาง และน้ำตกทับญวณ มีธารน้ำใสสะอาด
ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ การเดินทางโดยเดินเท้าจากสำนักสงฆ์เขาบรรจบใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ที่อยู่
: ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 บ้านตะบกเตี้ย ตำบลฉมัน
อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี
การเดินทาง
: การเดินทางโดยเดินเท้าจากสำนักสงฆ์เขาบรรจบใช้เวลาประมาณ 1 ชม.
แหล่งอ้างอิงhttp://www.newviewtour.com/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%9A-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5.html
สืบค้นวันที่
31
ตุลาคม 2555
แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ หาดเจ้าหลาว
หาดเจ้าหลาวเป็นหาดทรายละเอียดสีแดง
ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของหาดทรายเมืองจันท์ เมื่อน้ำลงแนวสันทรายจะโผล่พ้นน้ำ
ทอดเป็นแนวยาวไปจดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน ส่วนชายหาดด้านตะวันออกเป็นแหลมหิน
บริเวณสันเขาหาดเจ้าหลาวเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลที่น่าชม หรือจะเดินเล่นตามเนินเขา
หรือจะมานั่งตกปลาเก๋าก็ได้ จากหาดนี้ไปไม่ไกล
สามารถออกไปดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นได้ หาดเจ้าหลาวเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว
เพราะมีทั้งที่พักและร้านอาหารทะเล ขึ้นชื่อในความสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปูดำ หมึก
ปลากะรัง ปลากะพง ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวคือ
ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม
สามารถหาเช่าเรือท้องกระจกได้ตามร้านอาหารหรือที่พักบริเวณริมหาด ค่าเช่าประมาณ
500-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ อยู่ห่างจากอำเภอท่าใหม่ 17 กิโลเมตร ถัดมาจากหาดแหลมเสด็จ มีบรรยากาศเงียบสงบ เป็นหาดทรายสีนวล
ยาวเหยียดสุดสายตา ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว ผู้คนนิยมไปพักผ่อนกันที่นี่ในวันหยุด
มีที่พักตั้งแต่ระดับปานกลางจนถึงระดับมาตรฐาน และร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว
การเดินทาง: หาดเจ้าหลาว สามารถเข้าถึงได้สองเส้นทาง คือ
จากถนนสุขุมวิทก่อนถึงตัวเมืองจันท์ราว 30 กิโลเมตร ถึงกิโลเมตรที่ 301
มีทางแยกขวาไปตามทางหลวง 3399 และจะพบป้ายทางแยกไปหาดต่าง ๆ
เป็นระยะ และอีกเส้นทางหนึ่งคือ จากตัวเมืองเดินทางไปอำเภอท่าใหม่ระยะทาง 17 กิโลเมตร ต่อด้วยเส้นทางที่ไปเขื่อนวังโตนดและเลยไปจนถึงทะเลได้เช่นกัน
ผลงานดีเด่น
เป็นผู้ก่อตั้งชมรมครูบัญชีอาสาจังหวัดจันทบุรี เมื่อปี
2551 โดยเป็นประธานชมรมฯ
ตั้งแต่ปี 2551 - 2554
เป็นรองประธานกรรมการชมรมครูบัญชีระดับภาคเป็นคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน
เป็นวิทยากรสอนบัญชีแก่เกษตรกรและเยาวชนใน
อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
เป็นผู้สร้างเครือข่ายบัญชีใน อ.เขาคิชฌกูฏ
จ.จันทบุรี
มีความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค
เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านหมู่ 8 ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ
ทำบัญชีต้นทุนประกอบ อาชีพ มีการจัดเวทีชาวบ้านเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์
และขยายไปหมู่บ้านใกล้เคียง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการทำบัญชี
2.
เพื่อให้ประชาชนนำบัญชีมาปรับใช้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
3. เพื่อเผยแพร่ภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
คำคม "สร้างเครือข่ายขยายผล
ปฏิบัติตนอย่างพอเพียง หลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ด้วยระบบบัญชี"
แหล่งอ้างอิงhttp://www.cad.go.th/ewtadmin/ewt/chanthaburi/main.php?filename=excellentสืบค้นวันที่ 31 ตุลาคม 2555
แหล่งเรียนรู้ที่เป็นสถานที่ สถาบัน หน่วยงาน วัดเขาสุกิม(ราษฎร์บูรณะคุราราม) ศูนย์ฝึกอบรม แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง อ.ท่าใหม่
จ.จันทบุรี
วัดเขาสุกิม อยู่ในเขตตำบลเขาบายศรี
อำเภอท่าใหม่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อ
พระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย โดยมี
จุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป บริเวณวัดกว้างขวาง
ตั้งสูงขึ้นไปอยู่บน เชิงเขา มีพื้นที่ประมาณ 3,280 ไร่
ภายในวัดมีศาสนสมบัติ ศาสนวัตถุ และวัตถุโบราณล้ำค่าต่าง ๆ มากมาย
นอกจากนี้มีวัตถุโบราณล้ำค่าต่าง ๆ มากมาย
นอกจากนี้มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์ซึ่งเป็นที่เคารพ
สักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไปกว่า 20 ท่าน เช่น หลวงปู่แหวน
หลวงปู่วัน พระอาจารย์มั่น ฯลฯ เปิดให้ เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 8.00-18.00 น.
แหล่งเรียนรู้ที่เป็นกิจกรรม วัฒนธรรม
เทคโนโลยี และประเพณี ประเพณีชักพระบาท
ประเพณีชักพระบาทตั้งอยู่ที่
ต.เกวียนหัก อ.ขลุง ได้รับอิทธิพลมาจากประเพณีชักพระของทางภาคใต้
โดยพิจารณาจากลักษณะรูปแบบในการประกอบพิธีกรรม
ซึ่งในประเพณีชักพระนั้นจะมีการนำเชือกมาผูกเรือพระแล้วลากไปยังสถานที่ที่กำหนด
ผู้ที่ทำการชักพระนั้นก็มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งไม่มีการจำกัด นอกจากนี้จะมีผู้ตีกลองประโคมตลอดทาง
เพื่อเป็นการกระตุ้นและเร่งกำลังของผู้แข่งชักพระ จากข้อสันนิษฐานข้างต้นจะเห็นว่า ประเพณีชักพระบาทของชาวตะปอน จังหวัดจันทบุรีนั้น
ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมประเพณีมาจากประเพณีชักพระทางภาคใต้
ความเชื่อของชาวตะปอนกับประเพณีชักพระบาท
ผ้าพระบาทจำลองนั้นเป็นของชาวตำบลตะปอนมาหลายร้อยปี
หมู่บ้านใดนำรอยพระพุทธบาทไปทำบุญเพื่อบูชาหลังจากนั้นจึงขึ้นเกวียนที่ตกแต่งประดับประดาอย่างงดงาม
แล้วทำการแห่ไปยังหมู่บ้านของตน โดยม้วนผืนผ้าพระบาทแล้วนำไปประดิษฐานบนเกวียน ซึ่งประกอบด้วยกลองอีก 1
ใบ
จะไปทางไหนก็ช่วยกันลากจูงไปและตีกลองกันไปตลอดทาง
หมู่บ้านใดจะนำไปทำบุญบูชาก็จะพากันไปทั้งหญิงและชายพร้อมทั้งลูกหลานเพื่อช่วยกัน ลากจูงเกวียนพระพุทธบาทซึ่งชาวบ้านเรียกว่าไปรับพระ ซึ่งจะทำให้เกิดความสนุกสนาน เพราะว่าผู้ที่มารับพระนั้นต้องลากจูงเกวียนพระพุทธบาทกลับไปยังหมู่บ้านของตน
ความเชื่อในการจัดพิธีกรรมนั้นถือเป็นพื้นฐานหนึ่งที่ชาวตะปอนยึดให้เป็นแบบแผนและขนบธรรมเนียมให้ประชาชนถือปฏิบัติสืบจนปัจจุบัน
ชาวบ้านที่ร่วมพิธีในพิธีกรรมนั้นต่างมีความศรัทธาในผืนผ้าพระพุทธบาทว่าเมื่อทำการสักการะบูชาแล้วจะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว
นอกเหนือจากความสนุกสนานจากการชักเย่อเกวียนแล้วยังเกิดประโยชน์ในการส่งเสริมความสามัคคีจากการร่วมแรงร่วมใจกันของคนในหมู่บ้าน
อันส่งผลให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจกันประกอบกิจกรรมอันเป็นประโยชน์แก่หมู่บ้านต่อไปด้วยความศรัทธาของชาวบ้านอันมีแก่ประเพณีชักพระบาทถือเป็นประเพณีที่สำคัญยิ่งที่จะต้องปฏิบัติในงานประจำปีของชาวบ้านตำบลตะปอน
เมื่อมีจิตใจอันศรัทธาแก่ผ้าพระพุทธบาท
ชาวบ้านจึงร่วมกันแข่งขันชักเย่อเกวียน อันเป็นการละเล่นหนึ่งในประเพณี ชักพระบาทเหมือนเป็นการได้ออกกำลังไปด้วย เป็นประเพณีที่ส่งเสริมให้คนในหมู่บ้าน
เห็นความสำคัญของการมีจิตศรัทธาร่วมกันแสดงถึงความตั้งใจและความอด
ทนซึ่งจะนำมาสู่ความสำเร็จ คือชัยชนะ
แต่แฝงไปด้วยการรู้จักให้และเสียสละดังจะเห็นได้จากการให้ผ้าพระพุทธบาทไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ต่อไป
แหล่งอ้างอิงhttp://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/Yatphirun_P/sec04p02.htmlสืบค้นวันที่
31
ตุลาคม 2555