วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555



การศึกษานอกสถานที่

ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล  มหาวิทยาลัยบูรพา และศึกษา ณ หอศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกมหาวิทยาลัยบูรพา

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล สามารถเข้าชมศึกษาหาความรู้และความเพลิดเพลินได้มีเรื่องราวของทะเล ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล รวมทั้งความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์ ดังมีรายละเอียดดังนี้
 1.นิทรรศการเรื่องราวของอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตในทะเล  โดย   ให้ความรู้ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆที่อาศัยอยู่ในทะเล คือ แพลงก์ตอนซึ่งมีบทบาทสำคัญของห่วงโซ่อาหารในทะเล สาหร่าย และหญ้าทะเล ฟองน้ำ สัตว์ที่มีโพรงลำตัว เช่น ปะการัง ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน เป็นต้น สัตว์จำพวกหนอนทะเล เช่น หนอนตัวแบนหนอนปล้อง หนอนริบบิ้น เป็นต้น สัตว์จำพวกหอย เช่น หอยฝาเดียว หอยฝาคู่ หมึก และหอยงวงช้าง เป็นต้น สัตว์ที่มีข้อปล้องในทะเล เช่น ปู กุ้ง กั้ง และแมงดาทะเล เป็นต้น สัตว์จำพวกคอร์เดทในทะเล เช่น เพรียงหัวหอม แอมฟิออกซัส และสัตว์ทะเลที่มีกระดูกสันหลัง ชนิดต่างๆ ได้แก่ ปลาทะเล โลมา พะยูน เต่าทะเล และจระเข้น้ำเค็ม รวมทั้งเรื่องราวของทะเล และสิ่งมีชีวิตในทะเลยุคดึกดำบรรพ์ เป็นต้น   
  2. นิทรรศการเรื่องราวของทะเล และระบบนิเวศในทะเล ในส่วนนี้จะกล่าวถึงการแบ่งเขตของทะเล และระบบนิเวศต่างๆในทะเล รวมทั้งพืช และสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในแต่ละระบบนิเวศ โดยเริ่มตั้งแต่ ระบบนิเวศของป่าชายเลน ระบบนิเวศหาดหิน ระบบนิเวศหาดทราย และหาดโคลน ระบบนิเวศแนวปะการัง เป็นต้น
3.นิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์  เป็นส่วนที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์ เช่น เป็นแหล่งทำการประมงโดยใช้เครื่องมือประมงทะเล เช่น โป๊ะ และเรือประมงทะเลชนิดต่างๆ เป็นเส้นทางค้าขาย และเดินทางติดต่อกันของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องพบกับอุปสรรคนานาประการจากคลื่น ลม และพายุ จนทำให้เรืออัปปางเกิดเป็นเรื่องราวของการขุดค้น และศึกษาโบราณคดีใต้น้ำเป็นต้น
 
4.ห้องพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย และวิวัฒนาการของหอย ในห้องนี้จะจัดแสดงเกี่ยวกับเปลือกหอยที่พบในทะเลกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ลิ่นทะเล หอยฝาเดียว หอยฝาคู่ หอยงวงช้าง และหอยงาช้าง เป็นต้น รวมทั้งนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับหอยแต่ละกลุ่ม วิวัฒนาการของหอยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และการแบ่งกลุ่มของหอยที่มีอยู่ในโลก
จุดเด่นโครงกระดูกวาฬแกลบ ที่ตายในเขตน่านน้ำไทย จัดแสดงชั้นล่างหน้าห้องจำหน่ายตั๋ว
ปลาหมอทะเลขนาดใหญ่และปลาฉลามครีบดำในตู้เลี้ยงขนาดใหญ่ ความจุน้ำ 1,000 ตัน ในสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม
ทัศนศึกษา ณ หอศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออก ม.บูรพา
หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออกเป็นแหล่งการเรียนรู้เพราะ เป็นสถานที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออก เป็นแหล่งข้อมูล ซึ่งอยู่ในประเภทแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยภายในก็จะนำเสนอเกี่ยวกับ ชนต่างวัฒนธรรมในภาคตะวันออก ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในภาคตะวันออกได้แก่ คนชอง คนจีน คนญวณ คนลาวและไทยมุสลิม
        คนชอง
 เป็นชนพื้นเมืองกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเขตป่าภาคตะวนออก บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ชอบอาศัยอยู่ตามป่าเขา ที่ราบระหว่างหุบเขาซึ่งเป็นป่าทึบ
 คนจีน
 เข้ามาตั้งรกรากในภาคตะวันออกตั้งแต่อยุธยาสืบเนื่องถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะตามเมืองท่าชายทะเล ชาวจีนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจการค้า การประมง
 คนญวณ
 สมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กลุ่มชาวญวณได้อพยพเข้ามายังดินแดนประเทศไทยครั้งใหญ่และได้ตั้งถิ่นฐานกระจายกันออกไป
 คนลาว
 ดินแดนภาคตะวันออกตั้งแต่เขตนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ไปยังชลบุรีนั้นชุมชนบ้านเมืองส่วนใหญ่เกิดจากการกระจายตัวของพวกลาว
 คนไทยมุสลิม
 มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีเชื้อสายมาจากมลายูและเขมร
 
 
 
แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ภาคตะวันออก
แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีความสำคัญในฐานะที่แสดงถึงหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนบริเวณชายฝั่งทะเลที่สะท้อนภาพความเป็นอยู่ และวิถีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ

แหล่งโบราณคดีหนองโน จังหวัดชลบุรี
นำเสนอเรื่องราวของแหล่งโบราณคดีที่มีการพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณทีมีอายุถึง4,500 – 4,000 ปี นับเป็นชุมชนฝั่งทะเลสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี จังหวัดชลบุรี
  นำเสนอเรื่องราวของแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่พบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุ
 4,500  4,000 ปี มาแล้ว ซึ่งพึ่งพาอาหารจากทะเลเป็นหลักและมีการอยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานกว่า 400 ปี
เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี
   นำเสนอเรื่องราวของเมืองศรีมโหสถ เมืองโบราณสำคัญในสมัยวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งมีพัฒนาการมาจากสถานีการค้าสำคัญ มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงสมัย ทวารวดี
  
 อิทธิพลความเชื่อและศาสนาในเมืองโบราณศรีมโหสถ
นำเสนออิทธิพลความเชื่อและศาสนาหลากหลายวัฒนธรรมที่เข้ามามีบทบาทในเมืองศรีมโหสถ ปรากฏเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก เช่น พระวิษณุจตุรภุช หรือพระวิษณุ
 4 กร เป็นเทวรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์
การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมบนแผ่นดินตะวันออกในยุคประวัติศาสตร์ก่อนสยามประเทศ
  บริเวณภาคตะวันออกนับเป็นดินแดนที่มีการติดต่อทางทะเลกับบ้านเมืองภายนอกมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย สืบเนื่องต่อมาในสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 11-12อันเป็นผลมาจากการติดต่อสัมพันธ์กับวัฒนธรรมจากภายนอกโดยเฉพาะอินเดีย มีการผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เกิดเป็นกลุ่มบ้านเมืองที่มีพัฒนาการร่วมสมัยกับกลุ่มบ้านเมืองในวัฒนธรรมทวารวดีในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและในบริเวณที่เป็นประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน ดังปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุจำนวนมากในภาคตะวันออกซึ่งดินแดนที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม คือ อาณาจักรเขมรโบราณและวัฒนธรรมทวารวดี
 

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555


จากแหล่งการเรียนรู้ 31 แห่ง  ของ 4 ภาค เป็นแหล่งเรียนรู้ประเภท อาคารและสถานที่  ดังต่อไปนี้

ภาคเหนือมี 5 แห่ง

1.ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่

2.พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก

3.สวนสัตว์เชียงใหม่   จังหวัดเชียงใหม่

4.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จังหวัดเชียงใหม่

5.ศูนย์การเรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติตำบลไทรย้อย เครือข่ายเศรษกิจเพียงพอ  จังหวัดแพร่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 6 แห่ง

1.ห้องสมุดประชาชนจังหวัดมุกดาหาร

2.พระธาตุเรืองรอง จังหวัดศรีสะเกษ

3.ห้องสมุดประชาชน จังหวัดอุบลราชธานี

4.สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  จังหวัดขอนแก่น 

5.สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

6.สวนสัตว์นครราชศรีมา จังหวัดนครราชศรีมา

ภาคกลางภาคตะวันออก/ภาคกลางมี  15 แห่ง

1.ห้องสมุดประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา  จังหวัดฉะเชิงเทรา

2.ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอเมืองราชบุรี  จังหวัดราชบุรี

3.พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย  จังหวัดกรุงเทพมหานคร

4.พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง จังหวัดนครปฐม

5.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช) จังหวัดปทุมธานี

6.เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ

7.สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี

8.พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลปะ  กรุงเทพมหานคร

9.หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ  กรุงเทพมหานคร

10.หอศิลปะวิทยนิทรรศน์  กรุงเทพมหานคร

11.สวนสัตว์ดุสิต  กรุงเทพมหานคร

12.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี

13.ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

14.หอสมุด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  องครักษ์ จังหวัดนครนายก

15.ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม วัดญาณสังวรารามมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จังหวัดชลบุรี

ภาคใต้มี  5 แห่ง

1.ห้องสมุดประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

2.ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” จังหวัดภูเก็ต

3.สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต  สถาบันวิจัยและพัฒนา ทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลนจังหวัดภูเก็ต

4.สวนพฤกศาสตร์ภาคใต้(ทุ่งค่าย) จังหวัดตรัง

5.สวนสัตว์สงขลา  จังหวัดสงขลา

 
  จากแหล่งการเรียนรู้ตัวอย่าง 31  แห่ง
สวนสัตว์เขาเขียว เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภท อาคาร/สถานที่
องค์ความรู้ของสวนสัตว์เขาเขียว
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี  มีองค์ความรู้ เกี่ยวกับการการให้ความรู้ทางด้านการเรียนการศึกษา การวิจัย ค้นคว้า และการนันทนาการ  เรื่องการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า สงวนพันธุ์สัตว์ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสมดุลของระบบทางธรรมชาติ  การแสดงโชว์ความสามารถของสัตว์และผู้เข้าชมสามารถให้อาหารสัตว์ได้จริงและเล่นกับสัตว์ได้หลายชนิด   จึงเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อน หย่อนใจ โดยสามารถเดินชมสัตว์เองตามอัธยาศัยและมีรถนำชมและมีไกด์คอยแนะนำให้ความรู้
กลุ่มเป้าหมายหลัก / กลุ่มผู้เรียนหลัก ให้ระบุ
เด็กแหละเยาวชน ซึ่งจะมีความสนใจและตื่นเต้นกับสัตว์นานาชนิด  และส่วนใหญ่จะมาเป็นหมู่คณะกับทางโรงเรียนที่จัดขึ้น เพื่อมาทัศนะศึกษา
วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน/กลุ่มเป้าหมาย
การสาธิตโชว์การแสดงของสัตว์จากเจ้าหน้าที่
วิธีการลงมีปฏิบัติคือการได้ให้อาหารกับสัตว์จริง
รูปแบบ / วิธีการ / เทคนิคการนำเสนอ
รูปแบบวิธีการนำเสนอ คือ การบรรยายความรู้เกี่ยวกับสัตว์ในสถานที่จริงและสาธิตการแสดงของสัตว์
มีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียน
เด็กและเยาวชน ซึ่งจะมีความสนใจและตื่นเต้นกับสัตว์นานาชนิด   มีความอยากรู้และสัมผัสสัตว์ตัวจริง มีการให้อาหารแก่สัตว์ตัวจริง
แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล
พ่อประคอง มนต์กระโทก  ปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดนครราชสีมา
ที่อยู่ 29 หมู่ 4 ตาบลพลับพลา อาเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา 30190
องค์ความรู้ที่ได้  มีความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรและการสร้างบ่อเลี้ยงปลา  ทำไร่นาสวนโดยผสมมีพืชผัก และสัตว์หลากหลายชนิดผสมปนเปกัน มีความอดทน พยายามและแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่นเพื่อมาพัฒนาผลงานของตัวเอง
ได้รับการยกย่องให้เป็นคนดีศรีสังคม ในปี ๒๕๓๙ จากงานที่เริ่มสร้างหลักฐานบนผืนดินที่ตำบลพลับพลา
จุดเด่น
 - พ่อประคองความสนใจหาความรู้ให้กับตนเองตลอดเวลา                                                                            
 -ใช้หลักธรรมะและการพึ่งตนเองในอาชีพเกษตรกร                                                                                           
  -มีชีวิตอย่างเรียบง่ายสมถะ รู้จักประเมินตน                                                                                                        
 -มีความเพียรพยายาม ทดลอง เรียนรู้
 
 
 
 
พ่อผาย สร้อยสระกลาง   ปราชญ์ชาวบ้าน นักจัดการ จ.บุรีรัมย์
ที่อยู่ 158 หมู่ 4 ต.โคกล่าม อ.ลาปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ 31130
องค์ความรู้ที่ได้  การทำเกษตรกรรมผสมผสาน ที่นำเอาประสบการณ์อันยาวนานมาขยายแนวคิดจากผืนไร่นาสู่หมู่บ้าน  ขุดสระเลี้ยงปลา ปลูกผลไม้ ปลูกผัก ทำนาข้าว เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ในที่นา ทำให้ชาวบ้านลดค่าใช้จ่าย และมีรายได้เสริมอย่างต่อเนื่อง  การทำการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรประณีตในพื้นที่ 1 ไร่  แนวคิดในการทำการเกษตร  แนวคิดในการใช้ชีวิต  ซึ่งหากผู้ปฏิบัติยึดเพียงรูปแบบการทำเกษตรแบบประณีตในแปลงก่อน  เกษตรประณีตเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง 
ได้รับการยกย่อง เกษตรกรดีเด่น สาขาปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง
จุดเด่น
-เป็นแบบอย่างการทำเกษตรกรรมผสมผสาน
-มีการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง 
แหล่งอ้างอิงhttp://www.bangpan.org/content/110212131547
 
 
 


 

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ จังหวัด จันทบุรี

แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ น้ำตกเขาบรรจบ            

น้ำตกเขาบรรจบเป็นน้ำตกที่เกิดจากสายน้ำตกและสายคลอง 3 สาย คือ น้ำตกตาเส่ง คลองกลาง และน้ำตกทับญวณ มีธารน้ำใสสะอาด ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ การเดินทางโดยเดินเท้าจากสำนักสงฆ์เขาบรรจบใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  

ที่อยู่ : ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 บ้านตะบกเตี้ย ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี                                                     

การเดินทาง : การเดินทางโดยเดินเท้าจากสำนักสงฆ์เขาบรรจบใช้เวลาประมาณ 1 ชม.

แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ หาดเจ้าหลาว  

หาดเจ้าหลาวเป็นหาดทรายละเอียดสีแดง ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของหาดทรายเมืองจันท์ เมื่อน้ำลงแนวสันทรายจะโผล่พ้นน้ำ ทอดเป็นแนวยาวไปจดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน ส่วนชายหาดด้านตะวันออกเป็นแหลมหิน บริเวณสันเขาหาดเจ้าหลาวเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลที่น่าชม หรือจะเดินเล่นตามเนินเขา หรือจะมานั่งตกปลาเก๋าก็ได้ จากหาดนี้ไปไม่ไกล สามารถออกไปดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นได้ หาดเจ้าหลาวเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะมีทั้งที่พักและร้านอาหารทะเล ขึ้นชื่อในความสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปูดำ หมึก ปลากะรัง ปลากะพง  ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวคือ ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม สามารถหาเช่าเรือท้องกระจกได้ตามร้านอาหารหรือที่พักบริเวณริมหาด ค่าเช่าประมาณ 500-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ  อยู่ห่างจากอำเภอท่าใหม่ 17 กิโลเมตร ถัดมาจากหาดแหลมเสด็จ มีบรรยากาศเงียบสงบ เป็นหาดทรายสีนวล ยาวเหยียดสุดสายตา ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว ผู้คนนิยมไปพักผ่อนกันที่นี่ในวันหยุด มีที่พักตั้งแต่ระดับปานกลางจนถึงระดับมาตรฐาน และร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว                                    

การเดินทาง: หาดเจ้าหลาว สามารถเข้าถึงได้สองเส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิทก่อนถึงตัวเมืองจันท์ราว 30 กิโลเมตร ถึงกิโลเมตรที่ 301 มีทางแยกขวาไปตามทางหลวง 3399 และจะพบป้ายทางแยกไปหาดต่าง ๆ เป็นระยะ และอีกเส้นทางหนึ่งคือ จากตัวเมืองเดินทางไปอำเภอท่าใหม่ระยะทาง 17 กิโลเมตร ต่อด้วยเส้นทางที่ไปเขื่อนวังโตนดและเลยไปจนถึงทะเลได้เช่นกัน



http://pirun.ku.ac.th/~g521465336/p6.htmlสืบค้นวันที่ 31 ตุลาคม  2555

  แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นบุคคล สมาคม อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชีดีเด่น ของจังหวัดจันทบุรี  
นายธีรภัทร อุ่นใจ เป็นอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชีดีเด่น ของจังหวัดจันทบุรี  ประจำปี2555  เกิดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2507มีอาชีพปลูกเงาะ อยู่บ้านเลขที่ 3/6 หมู่ที่ 8 บ้านตะเคียนทอง ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี 22210 จบการศึกษาปริญญาตรี   โทรศัพท์ 081-7622086
ผลงานดีเด่น
เป็นผู้ก่อตั้งชมรมครูบัญชีอาสาจังหวัดจันทบุรี เมื่อปี 2551 โดยเป็นประธานชมรมฯ ตั้งแต่ปี 2551 - 2554   
เป็นอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชีระดับจังหวัด ปี2551 - 2554   
เป็นรองประธานกรรมการชมรมครูบัญชีระดับภาคเป็นคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน
เป็นวิทยากรสอนบัญชีแก่เกษตรกรและเยาวชนใน อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เป็นผู้สร้างเครือข่ายบัญชีใน อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
มีความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านหมู่ 8 ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ ทำบัญชีต้นทุนประกอบ อาชีพ มีการจัดเวทีชาวบ้านเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และขยายไปหมู่บ้านใกล้เคียง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการทำบัญชี
2. เพื่อให้ประชาชนนำบัญชีมาปรับใช้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 3. เพื่อเผยแพร่ภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
คำคม "สร้างเครือข่ายขยายผล ปฏิบัติตนอย่างพอเพียง  หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ด้วยระบบบัญชี"
แหล่งอ้างอิงhttp://www.cad.go.th/ewtadmin/ewt/chanthaburi/main.php?filename=excellentสืบค้นวันที่ 31 ตุลาคม  2555
                    
แหล่งเรียนรู้ที่เป็นสถานที่ สถาบัน หน่วยงาน  วัดเขาสุกิม(ราษฎร์บูรณะคุราราม)  ศูนย์ฝึกอบรม แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี  
วัดเขาสุกิม อยู่ในเขตตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อ พระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย โดยมี จุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป บริเวณวัดกว้างขวาง ตั้งสูงขึ้นไปอยู่บน เชิงเขา มีพื้นที่ประมาณ 3,280 ไร่ ภายในวัดมีศาสนสมบัติ ศาสนวัตถุ และวัตถุโบราณล้ำค่าต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้มีวัตถุโบราณล้ำค่าต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์ซึ่งเป็นที่เคารพ สักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไปกว่า 20 ท่าน เช่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่วัน พระอาจารย์มั่น ฯลฯ เปิดให้ เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 8.00-18.00 น.
แหล่งอ้างอิงhttp://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=17581สืบค้นวันที่ 31 ตุลาคม  2555
แหล่งเรียนรู้ที่เป็นกิจกรรม วัฒนธรรม เทคโนโลยี และประเพณี ประเพณีชักพระบาท
ประเพณีชักพระบาทตั้งอยู่ที่ ต.เกวียนหัก อ.ขลุง  ได้รับอิทธิพลมาจากประเพณีชักพระของทางภาคใต้   โดยพิจารณาจากลักษณะรูปแบบในการประกอบพิธีกรรม  ซึ่งในประเพณีชักพระนั้นจะมีการนำเชือกมาผูกเรือพระแล้วลากไปยังสถานที่ที่กำหนด  ผู้ที่ทำการชักพระนั้นก็มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่  ซึ่งไม่มีการจำกัด  นอกจากนี้จะมีผู้ตีกลองประโคมตลอดทาง  เพื่อเป็นการกระตุ้นและเร่งกำลังของผู้แข่งชักพระ    จากข้อสันนิษฐานข้างต้นจะเห็นว่า  ประเพณีชักพระบาทของชาวตะปอน  จังหวัดจันทบุรีนั้น     ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมประเพณีมาจากประเพณีชักพระทางภาคใต้
 ความเชื่อของชาวตะปอนกับประเพณีชักพระบาท  ผ้าพระบาทจำลองนั้นเป็นของชาวตำบลตะปอนมาหลายร้อยปี หมู่บ้านใดนำรอยพระพุทธบาทไปทำบุญเพื่อบูชาหลังจากนั้นจึงขึ้นเกวียนที่ตกแต่งประดับประดาอย่างงดงาม แล้วทำการแห่ไปยังหมู่บ้านของตน โดยม้วนผืนผ้าพระบาทแล้วนำไปประดิษฐานบนเกวียน  ซึ่งประกอบด้วยกลองอีก 1 ใบ  จะไปทางไหนก็ช่วยกันลากจูงไปและตีกลองกันไปตลอดทาง  หมู่บ้านใดจะนำไปทำบุญบูชาก็จะพากันไปทั้งหญิงและชายพร้อมทั้งลูกหลานเพื่อช่วยกัน  ลากจูงเกวียนพระพุทธบาทซึ่งชาวบ้านเรียกว่าไปรับพระ  ซึ่งจะทำให้เกิดความสนุกสนาน  เพราะว่าผู้ที่มารับพระนั้นต้องลากจูงเกวียนพระพุทธบาทกลับไปยังหมู่บ้านของตน  ความเชื่อในการจัดพิธีกรรมนั้นถือเป็นพื้นฐานหนึ่งที่ชาวตะปอนยึดให้เป็นแบบแผนและขนบธรรมเนียมให้ประชาชนถือปฏิบัติสืบจนปัจจุบัน  ชาวบ้านที่ร่วมพิธีในพิธีกรรมนั้นต่างมีความศรัทธาในผืนผ้าพระพุทธบาทว่าเมื่อทำการสักการะบูชาแล้วจะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว  นอกเหนือจากความสนุกสนานจากการชักเย่อเกวียนแล้วยังเกิดประโยชน์ในการส่งเสริมความสามัคคีจากการร่วมแรงร่วมใจกันของคนในหมู่บ้าน    อันส่งผลให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจกันประกอบกิจกรรมอันเป็นประโยชน์แก่หมู่บ้านต่อไปด้วยความศรัทธาของชาวบ้านอันมีแก่ประเพณีชักพระบาทถือเป็นประเพณีที่สำคัญยิ่งที่จะต้องปฏิบัติในงานประจำปีของชาวบ้านตำบลตะปอน เมื่อมีจิตใจอันศรัทธาแก่ผ้าพระพุทธบาท  ชาวบ้านจึงร่วมกันแข่งขันชักเย่อเกวียน อันเป็นการละเล่นหนึ่งในประเพณี  ชักพระบาทเหมือนเป็นการได้ออกกำลังไปด้วย  เป็นประเพณีที่ส่งเสริมให้คนในหมู่บ้าน  เห็นความสำคัญของการมีจิตศรัทธาร่วมกันแสดงถึงความตั้งใจและความอด ทนซึ่งจะนำมาสู่ความสำเร็จ  คือชัยชนะ  แต่แฝงไปด้วยการรู้จักให้และเสียสละดังจะเห็นได้จากการให้ผ้าพระพุทธบาทไปยังหมู่บ้านอื่นๆ  ต่อไป 
แหล่งอ้างอิงhttp://www.thaigoodview.com/library/teachershow/chanthaburi/Yatphirun_P/sec04p02.htmlสืบค้นวันที่ 31 ตุลาคม  2555